Japanese American l ตอนจบ

Japanese American l ตอนจบ

 Japanese American  l  ตอนจบในวันที่โจคิจิเสียชีวิต ก็มีจดหมายจากโคมิยะ ฮิโรชิ ผู้ซึ่งเคยอยู่ด้วยกันที่ค่ายกักกันส่งมาถึงครอบครัวฮิรามัตสึ ในจดหมายของฮิโรชิซึ่งไปเป็นล่ามให้กับกองทัพที่โอกินาว่านั้น เขียนบอกว่าได้บังเอิญพบกับซาจิด้วย       ในตอนนั้น ซาจิที่อยู่ที่โอกินาว่าได้พลัดหลงกับญาติๆ จึงต้องอยู่ตัวคนเดียว เมื่อฮิโรชิบอกว่าจะให้ความช่วยเหลือซาจิ เพราะเห็นว่าเป็นคนเชื้อสายญี่ปุ่นเหมือนกัน ซาจิก็บอกว่าอยากไปหาชิสึที่ฮิโรชิม่า      หลังจากนั้นไม่กี่วัน ฮิโรชิก็ช่วยจัดแจงพาซาจิไปฮิโรชิม่าด้วยกัน แต่สิ่งที่ทั้งสองคนเห็นเมื่อไปถึงที่ฮิโรชิม่า ก็คือเมืองที่ถูกไฟไหม้จนวอดวายไปหมด           ทั้งคู่สืบเสาะจนรู้ว่าชิสึรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไหน แล้วซาจิก็ได้พบกับชิสึอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมา 3 ปี ฮิโรชิบอกให้ทั้งสองคนอยู่ที่โรงพยาบาลไปก่อนจนกว่าบาดแผลของชิสึจะดีขึ้น พร้อมกับมอบเงินให้จำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะออกจากฮิโรชิม่าไป      แต่ว่า ซาจิกับชิสึที่ตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นด้วยกันสองคน ก็ไม่ฟังคำของฮิโรชิ แล้วเดินทางไปที่เกียวโตเพราะได้ยินว่าที่นั่นไม่ได้ถูกโจมตีทางอากาศ            ที่เกียวโต ทั้งคู่โชคดีได้ไปอยู่กับ คิคุจิ มาซายูกิ ผู้ซึ่งมีอาชีพเป็นหมอกับภรรยาของเขาชื่อ จิโยะ ซาจิใช้วิชาเย็บปักถักร้อยที่ตัวเองถนัด ฝึกดัดแปลงชุดกิโมโนให้เป็นเสื้อผ้าแบบตะวันตก  แต่ว่าอาการของชิสึก็ไม่ดีขึ้นเลย  จนเสียชีวิตในหน้าร้อนของอีก 2 ปีหลังจากนั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ซาจิได้งานทำที่โตเกียว และตั้งใจจะไปอยู่ที่โตเกียวกับชิสึอยู่พอดี    อีกด้านหนึ่ง หลังจากสงครามยุติได้ 3 เดือน  อเมริกาก็ตัดสินใจปิดค่ายกักกัน ครอบครัวฮิรามัตสึจึงต้องออกจากที่นั่น ในขณะที่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน  เพราะได้ขายสมบัติทุกอย่างไปแล้วในตอนที่จะเข้ามาอยู่ค่ายกักกัน  ครอบครัวฮิรามัตสึจึงทำตามข้อเสนอของยามากิชิ โดยไปอยู่ที่วัดในซีแอทเทิ่ล  พร้อมๆกับครอบครัวอื่นๆในค่ายกักกัน        หลังจากเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ประมาณครึ่งปี อยู่มาวันหนึ่ง ยามากิชิก็มาบอกโทโมะว่าจะมีการจัดขบวนพาเหรดของกองกำลัง 442 ที่วอชิงตัน พอได้ยินยามากิชิพูดเช่นนั้น ทั้งโทโมะ ชิโนบุ และจิโร่ ก็ตัดสินใจว่าจะไปวอชิงตัน  พอไปถึงที่วอชิงตัน ก็เห็นนาสึกิเดินพาเหรดอยู่โดยถือรูปของอิจิโร่เอาไว้ด้วย โทโมะจึงวิ่งตามไป บอกว่าอิจิโร่คือลูกชายของตนเอง เมื่อการเดินพาเหรดจบลง นาสึกิก็เล่าวีรกรรมของ อิจิโร่ในสนามรบให้โทโมะ ชิโนบุ  และจิโร่ฟัง          การเดินพาเหรดครั้งนี้ ทำให้ทั่วทั้งอเมริการู้ถึงวีรกรรมของกองกำลัง 442 ที่มีแต่คนเชื้อสายญี่ปุ่น ทำให้คนเชื้อสายญี่ปุ่นเป็นที่ยอมรับของชาวอเมริกันจนได้ แล้วอยู่มาวันหนึ่ง เจมส์ผู้ซึ่งซื้อฟาร์มไปจากครอบครัวฮิรามัตสึเมื่อ 4 ปีก่อน ก็ติดต่อมาโดยผ่านทางยามากิชิ บอกว่าอยากจะพบครอบครัวฮิรามัตสึ ถึงแม้ยังเจ็บใจกับเรื่องที่เคยถูกเจมส์ดูถูกในสมัยก่อน แต่โทโมะ จิโร่ และชิโนบุก็ยอมไปพบเจมส์        พอไปถึงเจมส์ก็บอกว่าอยากจะคืนฟาร์มที่เคยเป็นของโจคิจิให้พวกเขา เจมส์ผู้ซึ่งเป็นชาวเท็กซัส ได้รู้ถึงวีรกรรมของกองกำลังที่ 442 และรู้ว่าอิจิโร่ก็เป็นหนึ่งในนั้น เลยอยากไถ่โทษให้กับการกระทำของตัวเองในอดีต และอยากให้พวกเขาช่วยทำฟาร์มให้เป็นเหมือนเมื่อก่อน วีรกรรมของอิจิโร่ ช่วยคืนความเป็นอยู่เดิมให้กับพวกชิโนบุแล้ว  ครอบครัวฮิรามัตสึจึงมีความหวังที่จะมีชีวิตอยู่อีกครั้ง        เวลาผ่านไป  หลังจากสงครามยุติได้ 14 ปี ก็มีข่าวว่าคนเชื้อสายญี่ปุ่นที่เคยอยู่ในกองกำลังที่ 442 ได้เป็น ส.ส. โทโมะดีใจมากที่คนญี่ปุ่นได้มีสถานะทัดเทียมกับชาวอเมริกันซะที แต่หลังจากนั้นโทโมะก็เสียชีวิตเพราะกล้ามเนื้อหัวใจตาย     เดือนสิงหาคมปี 2010 จิโร่กับชิโนบุ เชิญซาจิไปที่ภัตตาคารที่ซึ่งเคน ลูกชายของอิจิโร่เป็นเชฟอยู่ ซาจิที่เสียใจมาตลอดกับครอบครัวตัวเองและประเทศอเมริกา พอรู้ถึงความยากลำบากของโจคิจิ โทโมะ อิจิโร่ ชิโนบุ และจิโร่แล้ว ก็คลายความขุ่นข้องหมองใจลง แล้วสัญญาว่าจะมาพบจิโร่ กับชิโนบุอีกครั้งที่หน้าสุสานของครอบครัวฮิรามัตสึ ที่พวกโจคิจิ โทโมะ และ อิจิโร่หลับใหลอยู่ ความรักและสายสัมพันธ์ของครอบครัวที่ชายผู้หนึ่งสร้างขึ้นมาเมื่อ 99 ปีก่อน ทั้งๆที่ต้องเผชิญกับการเหยียดเชื้อชาติและไฟสงคราม จะลึกซึ้งขึ้นอีกครั้ง....  ติดตามชมซีรีส์ญี่ปุ่น “99 ปี สงครามความทรงจำ” นำแสดงโดย ทสึโยชิ คุซานากิ, ยูกิเอะ นากามะ เคนิชิ มัทสุยาม่า, คิอิชิ นากาอิ ออกอากาศทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 21.00 – 22.00 น. หรือรับชมทีวีออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live

ภาพตัวอย่าง

กลับขึ้นด้านบน