ThaiPBS VODhttp://program.thaipbs.or.th428432017-01-13 09:05:00qoderนารีกระจ่างสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม, ลูกประคบสมุนไพรหน้าเด้ง13 ม.ค. 256008:47http://program.thaipbs.or.th/NaReeKraJang/episodes/42843http://program.thaipbs.or.th/watch/SmcJg5<p><strong></strong><strong>นารีมีมาแชร์ : สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม</strong></p><p>ชวนฟังคำแนะนำจากรองอธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ ถึงการบริจาคสิ่งของต่างๆ สำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่าสิ่งไหนควรบริจาค และไม่ควรบริจาค คำแนะนำในการบริจาคของต่างๆ เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้ประโยชน์ และไม่เป็นอันตราย รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมนั้นมีอะไรบ้าง</p><hr><p><strong>ภัยรอบตัว : ผู้หญิงเสี่ยงภัยถ้ำมอง</strong></p><p>ภัยรอบตัววันนี้เป็นเรื่องของภัยร้ายที่มักเกิดในที่สาธารณะและลับตาคน ไม่ว่าสถานที่ไหน..ภัยร้ายก็อยู่ทุกที่ ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ หรือสถานที่ใด เราควรระมัดระวัง และสังเกตุสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ </p><hr><p><strong>นารีบำบัด : ลูกประคบสมุนไพรหน้าเด้ง</strong></p><p>สำหรับใครที่ชื่นชอบการดูแลสุขภาพผิวด้วยสมุนไพร วันนี้อย่าพลาดกับวิธีทำลูกประคบสมุนไพรหน้าเด้ง หนึ่งภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย ที่ใช้สมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ในการรักษา โดยเฉพาะนำมาช่วยเรื่องของการไหลเวียนโลหิต ลดการอุดตันของเส้นเลือด อาการปวด บวม เกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งนอกจากคุณประโยชน์เหล่านี้แล้ว หากเปลี่ยนสมุนไพรที่มีสรรพคุณเฉพาะด้านก็สามารถนำมาใช้ประคบใบหน้าบำรุงผิวพรรณเพื่อความสวยงามได้อีกด้วย มาฝึกทำพร้อมกันในช่วงนารีบำบัดกับ อ.ยามีละ ดอแม อาจารย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พร้อมชมการสาธิตการประคบบนใบหน้า เพราะมีข้อควรระวังคือ ห้ามใช้ลูกประคบที่ร้อนเกินไป ใช้ผ้าขนหนูรองบริเวณผิวหนังอ่อนๆ ส่วนผู้ป่วยเบาหวาน อัมพาต เด็ก ผู้สูงอายุต้องระวัง เพราะการตอบสนองต่อความร้อนจะช้า และไม่ประคบเมื่อมีอาการอักเสบหรือบวมใน 24 ชั่วโมงแรก เพราะอาจทำให้บวมมากขึ้น</p><hr><p><strong>กระจ่างจิต : How to 4 วิธีแก้ปวดตา</strong></p><p>พบกับ 4 วิธีแก้ปวดตาสำหรับคนที่ต้องอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ต่อวันโดยไม่พัก ซึ่งแน่นอนว่าดวงตาคุณถูกแสงสีฟ้าเหล่านั้นทำลายลงทุกวันๆ และมักมีอาการต่างๆ เช่น รู้สึกปวดตามาก ดวงตาอ่อนล้า ตาแห้ง ระคายเคืองตา อยู่เป็นประจำ จึงมีวิธีง่ายๆ มาแนะนำให้ลองไปทำกันดู</p><hr><p><strong>ตำรับครัวนารี : แกงเหงาหงอด ตำรับกรุงศรีอยุธยา</strong></p><p>มารู้จักกับอาหารในสมัยอยุธยา กับเมนูที่มีชื่อว่า "แกงเหงาหงอด" ที่มีหลักฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจาก "ซุป" ของโปรตุเกส โดยได้รับเกียรติจาก อ.สกุลตรา ค้ำชู อาจารย์ประจำสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มาแนะนำ พร้อมกับเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเมนูให้ฟัง </p><p style="margin-left: 20px;"><strong><em data-redactor-tag="em">"แกงเหงาหงอด" </em></strong>มีลักษณะคล้ายกับแกงส้ม ปรุงแบบพริกแกงส้ม มีพริกชี้ฟ้าสดสีเหลือง พริกชี้ฟ้าแดงแห้ง หอม กระเทียม วัตถุดิบจากโปรตุเกส มาผสมกับกะปิเป็นแกงชนิดใหม่</p><p style="margin-left: 20px;"><strong><em data-redactor-tag="em">วิธีปรุง</em></strong> นำพริกแกงไปละลายกับน้ำแล้วกรองเอาแต่น้ำ นำไปต้มจนเดือดค่อยใส่ปลา การปรุงรสโบราณ มีน้ำมะนาว น้ำมะกรูด เกลือ ไม่มีการใช้น้ำตาลตัดรสหวาน ใช้ความหวานจากฟัก แฟง แตงโมอ่อน (ไม่ต้องปอกเปลือกเพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการ ถ้าแก่ค่อยปอกเปลือกเพราะมีความแข็ง) ความสดของปลาที่จับมาใหม่ๆ อดีตใช้ปลาสังกะวาดเป็นปลาที่มาในฤดูน้ำหลาก ต่อมามีการใช้ปลาเนื้ออ่อนแทน หรือปลาน้ำดอกไม้แทน</p><hr><p><strong>ติดตามได้ในรายการนารีกระจ่าง วันศุกร์ที่ 13 ม.ค.นี้ เวลา 09.05 - 10.00 น. ทาง ไทยพีบีเอส หรือชมสดออนไลน์ทาง </strong><a href="http://www.thaipbs.or.th/Live"><strong>www.thaipbs.or.th/Live</strong></a></p>